

พยายามกลับมาอัพไดอีกครั้ง
ซึ่งคิดว่าคงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคอสเมติคมากกว่าเรื่องส่วนตัว
เพราะชีวิตเรามันก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่หรือน่าตื่นเต้นเท่าไหร่
ยังทำงานที่ไม่ชอบเหมือนเดิม
หลายๆคนอาจจะพูด...ไม่ชอบแล้วทำทำไม
คือบางทีชีวิตคนเรามันก็ไม่มีอะไรให้เลือกมากมาย
ตอนนี้ก็ทนๆทำไปก่อน จนกว่าจะมีลู่ทางทำอะไรๆที่เป็นของตัวเอง
...................
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เครียดๆเบื่อๆหน่ายๆ
ซึ่งพอเครียดก็ช๊อปกระจาย
ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเครื่องสำอาง
หรือไม่ก็พวกอุปกรณ์+หนังสือเกี่ยวกะการทำอาหาร, เค้ก
แล้วจะค่อยทะยอยๆเอามาให้ดูกันนะคะ
...................
มาที่เรื่องความสวยความงามกันบ้าง
ต้องบอกไว้ก่อนนะคะว่าของที่ใช้ส่วนใหญ่
เป็นของที่ใช้แล้วดีกับตัวเอง...ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้กับทุกคนนะคะ
เพราะคนเราสภาพผิวไม่เหมือนกัน
ตัวเราเองเป็นคนผิวแห้ง(มากกกกกกกกกกกกก)และผิวแพ้ง่าย
ก็ลองผิดลองถูกมาเยอะค่ะกว่าจะได้สิ่งที่เหมาะกะผิวตัวเอง
ขอประเดิมด้วยเรื่องของ November Favorite
Queen Helene Mint Julep Masque

ตัวนี้เป็นชิ้นที่ถูกกล่าวถึงกันมากถึงมากที่สุด
จากกูรูยูทูบทั้งหลายแหล่
เราเลยสอยมาลองมั่ง...หาซื้อได้ที่ WalGreens หรือTargetค่ะ
ก็ใช้มาได้เดือนกว่าๆแล้วค่ะ
เรามาส์กสองครั้งต่ออาทิตย์
หรือช่วงที่เป็นสิว คือพอรู้สึกว่าสิวกำลังจะขึ้น
ก็พอกตรงๆนั้นเลย สิวมันก็จะหายไป
หรือถ้าเป็นสิวแล้วก็จะทำให้สิวแห้งเร็วขึ้น
ผิวหน้านิ่มขึ้น
รูขุมขนกระชับขึ้น
เราไม่เคยเป็นสิวหัวดำ...แต่หลายๆคนที่รีวิวมาส์กตัวนี้
บอกว่าใช้แล้วไม่มีสิวหัวดำอีกเลย
ที่เราชอบเพราะใช้แล้วไม่แพ้และผิวที่เคยแห้งมากๆก็ดีขึ้น
ที่สำคัญราคามิตรภาพมาก เราซื้อที่WalGreens แค่ $4.29 เอง^_^
...................................
St. Ives Green Tea Scrub

ปกติเราใช้ St. Ives Apricot Scrub สำหรับผิวแพ้ง่ายซึ่งใช้แล้วดีมาก
พอดีหมดเลยจะไปซื้อใหม่ แต่ไปเจอ St. Ives Green Tea Scrub
ซึ่งส่วนตัวแล้วชอบไอ้พวกที่มีชาเขียวเป็นส่วนผสมด้วย
เลยซื้อมาลองใช้
คือเราจะมีปัญหาผิวมันแดงๆตรงแก้มและร่องข้างๆจมูก
ใช้ตัวนี้แล้วแดงๆตรงแก้มเนี่ยหายไปเลย
ตรงร่องข้างๆจมูกก็จางลงมาก
ตอนซื้อมาเนี่ยก็กล้าๆกลัวๆอยู่เหมือนกัน
เพราะมันไม่ได้มี For Sensitive Skin บนฉลาก
แต่พอใช้แล้วก็ติดใจเลย...คือใช้ได้ทุกวันก็ไม่ทำให้ผิวแห้ง
ตัวนี้ซื้อที่วอลล์มาร์ท $5.27
โทนเนอร์ของลังโคม Tonique Confort

หามานานมากโทนเนอร์สำหรับผิวแห้ง
ใช้มาหลายยี่ห้อแต่ไม่เคยช่วยได้เลย
แต่พอมาลองของลังโคมตัวนี้
เลิกค้นหาแล้วค่ะ...ใช้ดีมาก มันกึ่งๆระหว่างโลชั่นกับโทนเนอร์
จริงๆแล้วถ้ามีพวกครีมล้างหน้าดีๆโทนเนอร์ก็เป็นสิ่งไม่จำเป็นค่ะ
แต่ตัวเราเองเป็นคนติดโทนเนอร์
ใช้แล้วมันมีความรู้สึกว่าผิวสะอาดขึ้น
มาเรื่องของซีรั่มกันบ้าง เราใช้อยู่สองตัว
ตัวแรกเป็นของ Estee Lauder ตัวนี้เราใช้ตอนเช้าหลังโทนเนอร์
ก่อนมอยส์เจอร์ครีม

ตัวที่สองของลังโคม Visionnaire

เราใช้ตอนกลางคืนหลังโทนเนอร์ก่อนครีมบำรุงผิว
จริงๆใช้ตัวเดียวก็ได้แต่เรามันเยอะ ขอเยอะๆไว้ก่อน ^_^
ไม่ใช่อะไรหรอกก็แค่พอรู้สึกว่าใช้แล้วดีก็จะใช้
บางตัวใช้โดดๆมันก็ไม่เห็นผลแต่พอใช้ควบคู่กะอีกตัวนึง
มันเห็นผล...ผิวดีขึ้น Discoloration ก็จางลง
ครีมทาใต้ตา...เมื่อก่อนใช้ของลาแมร์
พอหมดก็อยากลองของใหม่...ได้ตัวนี้มา
ของ Mario Badescu Eye Cream

เราเป็นคนที่มีปัญหาตรงใต้ตา
รอยกา รอยพับ เยอะแยะไปหมด
ไม่ได้เพิ่งจะมี แต่มีมานานแล้วตั้งแต่เด็กๆ
ก็นะ...ไม่เคยจะสนใจดูแลมัน
บอกตรงๆกว่าจะมาเริ่มใช้ครีมทาใต้ตาเนี่ย ตอนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่
เพราะฉะนั้นจะทำให้มันหายไปเลยคงไม่มีปัญญา
เลยต้องบำรุงไม่ให้มันเยอะขึ้นเท่านั้นเอง
ครีมตัวนี้ใช้แล้วรู้สึกได้เลยทันทีว่าใต้ตาชุ่มชื้นขึ้น
ตัวนี้สั่งซื้อจากเวบของ Nordstrom
ครีมบำรุงผิวของ Estee Lauder Re-Nutriv

ตัวนี้ได้เป็นของแถมตอนสั่งซื้อของจากNordstrom
เริ่มใช้ตอนครีมลาแมร์หมด
ใช้ดีมากค่ะ....ผิวกระชับขึ้นพวก Fine Line ทั้งหลายก็จางหายไป
ตอนนี้ยังลังเลอยู่ว่าถ้าตัวทดลองใช้หมดจะซื้อใหม่รึเปล่า
ราคามันไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่
ถ้าหาตัวตายตัวแทนไม่ได้ก็อาจจะตัดใจซื้อไป
พี่ป๊อกแนะนำเวบนี้มา
http://www.yves-rocher.com/
ราคาน่าสนมากกกก
อาจจะลองซื้อขนาดเล็กๆมาลองก่อน
.................................................................................
ช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว(โชคดีหิมะยังไม่มา)
พวก foundation ก็ต้องเปลี่ยนด้วย
หน้าหนาวผิวเราเปลี่ยนโทนสีนิดนึง
ปกติใช้บีบีครีมในช่วงหน้าหนาว
ปีนี้ได้ของเล่นใหม่มา
Tinted Moisturizer ของTheBalm

ใช้มาเกือบจะสองเดือนแล้วค่ะ...สุดยอดมาก
สีประมาณนี้...ดูเหมือนจะเข้มกว่าสีผิวนิดนึง

แต่พอเกลี่ยแล้วก็เป็นสีเดียวกะผิวเลยค่ะ
ไฮไลท์ของ Yves Saint Laurent Touche Eclat
ใช้ดีค่ะ...ส่วนใหญ่เราใช้กะใต้ตา

ลิปสติกกะลิปกลอสของ MAC
ลิปสติกรุ่น Pro Longwear สี Sweet Ever After

เป็นโทนนู๊ดออกสีน้ำตาลทองแดง

ลิปกลอสรุ่น Mac Me Over! Rachel & Ian Lipglassสี Social Light
โทนเดียวกันกะลิปสติก

ลิปกลอสอีกอันเป็นของ Laura Mercier Cocoa Lait Lip Glace
ตัวนี้ได้เป็นของแถมจาก Sephora


โทนสีออกน้ำตาลทองแดง แต่จะเข้มกว่าโทนสี Sweet Ever After ของ MAC
November Favorite ก็มีแค่นี้แหละค่ะ
จริงๆใช้ตัวอื่นด้วยแต่เลือกมาแค่ตัวที่ใช้บ่อยที่สุดในเดือนNovember ค่ะ
.
.
.

Update
By

{{{125452}}}